• หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
  • สินค้า
  • ดาวน์โหลด
  • ลูกค้าสัมพันธ์
  • คู่ค้า
  • ลูกค้าอ้างอิง
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อเรา
  • แผนผังเว็บ
  ระบบขายหน้าร้าน   retail business software
User :
Pass :
  Forgot Password | Register
 

สายด่วนผู้บริหาร
ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ
- คุณวิษณุพงษ์ วงศ์วาสน์
- wissanupong@ada-soft.com
- +662-5301681 Ext.1199
  +6681-5094534
ฝ่ายขายและการตลาด
- คุณเสาวนีย์ แย้มคง
- saowanee@ada-soft.com
- +662-5301681 Ext.1121
  +668-18499280
ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์
- คุณเมธีรา วงษ์รัตนพิพัฒน์  
- metheera@ada-soft.com
- +662-5301681 Ext.1188
  +668-19876291
 
     
 
   
   
 
 
                
 


หนังสือพิมพ์  กรุงเทพธุรกิจ
หัวข้อข่าว  ร้านอาหารญี่ปุ่นงัดแผนฉุกเฉิน หาแหล่งวัตถุดิบใหม่-อัดโปรโมชั่น

รายละเอียด
ผู้ประกอบการร้านอาหารญี่ปุ่น งัดแผนฉุกเฉินมุ่งสื่อสารลูกค้าตอกย้ำความเชื่อมั่นการบริโภค เจรจาแหล่งวัตถุดิบใหม่ พร้อมอัดโปรโมชั่นลด 10-15%

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ผู้บริโภคระมัดระวังต่อความปลอดภัยในการบริโภคอาหารญี่ปุ่น กังวลอาหารปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี ซึ่งล่าสุดได้ไหลลงทะเลแล้วนั้น ล่าสุด ผู้ประกอบการภัตตาคารร้านอาหารญี่ปุ่นรายใหญ่ “ฟูจิ” ออกชี้แจงอย่างเป็นทางการ ตอกย้ำความมั่นใจต่ออาหารที่จำหน่ายภายในร้านทุกสาขา

นายไดซากุ ทานากา กรรมการผู้จัดการฟูจิ กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นภายใต้ชื่อ “ฟูจิ” เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทต้องการสื่อสารในภาพกว้างเพื่อตอกย้ำความมั่นใจในการบริโภค จากก่อนหน้านี้ ฟูจิ ได้สื่อสารกับลูกค้าสมาชิกกว่า 2 แสนราย รวมทั้งลูกค้าที่เข้ามารับประทานในร้าน ถึงแหล่งวัตถุดิบต่างๆ โดยบริษัทนำเข้าจากหลากหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะ “ปลา” ซึ่งเป็นวัตถุดิบและเมนูหลัก เช่น ปลาแซลมอน นำเข้าจากประเทศนอร์เวย์ ชิลี และสกอตแลนด์ เนื้อวัว นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย

เตรียมหาแหล่งวัตถุดิบชาเขียวใหม่ ส่วนสินค้าที่นำเข้าจากญี่ปุ่น มีเพียงชาเขียว และสาหร่าย ซึ่งนำเข้าล่วงหน้าก่อนนี้ 6 เดือน เป็นสต็อกที่รองรับการจำหน่ายได้ถึงปี 2555 อย่างไรก็ตาม ไร่ชาเขียวที่ปลูกเพื่อส่งให้ฟูจินั้นอยู่ห่างจากเมืองฟูกูชิมา ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถึง 600 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม การนำเข้าสินค้าดังกล่าวในล็อตต่อไปจะต้องตรวจสอบอย่างเคร่งครัดและมีใบรับรองความปลอดภัย หากมีความเสี่ยงเรื่องการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี จะระงับการนำเข้าทันที พร้อมกันนี้เพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต บริษัทเตรียมพิจารณาแหล่งวัตถุดิบใหม่ๆ ทั้งในประเทศไทยและจีน โดยเร็วๆ นี้จะเริ่มเจรจาและตรวจสอบวัตถุดิบ

“ฟูจิ นำเข้าวัตถุดิบอาหารจากซัพพลายเออร์ที่เป็นผู้ผลิตในแถบยุโรปและแหล่งอื่นๆ โดยตรง ขณะที่วัตถุดิบบางรายการ เช่น ซอส น้ำสลัด และไข่กุ้งแปรรูป เป็นการสั่งผลิตจากบริษัทญี่ปุ่นที่โรงงานในไทย” ผู้บริหารฟูจิ กล่าว

ด้านผลิตภัณฑ์ข้าว หรือข้าวญี่ปุ่น ที่จำหน่ายภายในร้านทุกสาขานั้น เป็นวัตถุดิบในประเทศที่ฟูจิเริ่มใช้ตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว โดยลงทุนก่อตั้งบริษัท ทนา เกรน ดำเนินธุรกิจโรงสีข้าวที่จังหวัดเชียงราย ภายใต้ระบบคอนแทรคฟาร์มมิ่ง

“ในฐานะชาวญี่ปุ่นเราเสียใจกับเหตุการณ์ในญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก และในฐานะเจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งดำเนินกิจการในไทยมากว่า 30 ปี ขอสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคชาวไทยว่าอาหารทุกเมนูของฟูจิปลอดภัย บริโภคได้” นายไดซากุ กล่าว

ฟูจิยันลูกค้าใช้บริการเท่าเดิม ด้าน นางรวิวัลย์ ทานากา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กล่าวเสริมว่า ช่วงที่ผ่านมาร้านอาหารญี่ปุ่นฟูจิ ไม่ได้รับผลกระทบเรื่องของสารกัมมันตรังสี โดยมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการตามปกติ เฉลี่ย 700-800 คนต่อวันต่อร้าน พร้อมกันนี้ ฟูจิ อยู่ระหว่างพัฒนาเมนูใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคมากขึ้นด้วย พร้อมกันนี้ ฟูจิยังเดินหน้าขยายสาขาตามแผนเดิม โดยจะเปิดสาขาใหม่อย่างน้อย 12 แห่งในปีนี้ โดยไตรมาสแรกได้เปิดบริการแล้ว 3 แห่ง ประกอบด้วย เทสโก้ โลตัส หาดใหญ่, เซ็นทรัล พลาซา เชียงราย และ อมอรินี่ รามอินทรา เพื่อมีสาขาอย่างต่ำ 77 แห่ง ภายในสิ้นปีนี้

ขณะที่ ในประเทศญี่ปุ่น ฟูจิ กรุ๊ป ได้เปิดบริการร้านอาหารไทย ภายใต้ชื่อ “บางกอก คิทเช่น” รวม 6 แห่ง ในโตเกียว ยอมรับว่าประสบปัญหาสถานการณ์ที่ยังไม่ปกติทั้งด้านไฟฟ้า รวมทั้งจิตวิทยาทางการบริโภคซึ่งลูกค้าออกมารับประทานอาหารนอกบ้านน้อยลง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าใน 1-2 เดือนข้างหน้าจะปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ

ปัญหาดังกล่าวเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายรายได้ของฟูจิ กรุ๊ป ตั้งเป้าหมายยอดขายรวมกว่า 6,000 ล้านบาทในปีนี้ เติบโตกว่า 10% จากปีก่อน เป็นสัดส่วนจากร้านอาหารญี่ปุ่น 5,000 ล้านบาท และเครื่องดื่มชาเขียวฟูจิชะ 1,000 ล้านบาท

โออิชิคุมเข้มอาหารปลอดภัย นายไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิกรุ๊ป กล่าวว่า มาตรการหลักของโออิชิ จะตรวจสอบตั้งแต่ต้นทาง คือ โรงงานที่ประเทศญี่ปุ่น และเมื่อขนย้ายถึงประเทศไทย ต้องเช็คอีกหนึ่งรอบ เนื่องจากขบวนการในการขนย้ายอาจมีปัญหาเรื่องอุณหภูมิ หรือการปนเปื้อน ดังนั้นก่อนเข้าหน้าร้านต้องเช็คอีกหนึ่งรอบ หากเสี่ยงหรือมีแนวโน้มไม่ปลอดภัย บริษัทจะตีกลับสินค้าทันที ขณะที่สินค้าและวัตถุดิบภายในร้านโออิชินำเข้าจากหลายแหล่ง โดยเฉพาะ “ปลา” นำเข้าจากประเทศนอร์เวย์ ชิลี

“ที่ผ่านมาวัตถุดิบที่นำเข้าทั้งหมดได้ตรวจเช็คมาตรฐานและมีใบรับประกันความปลอดภัยอยู่แล้ว ไม่ว่าจะมีภัยพิบัติครั้งนี้หรือไม่มีก็ตาม เมื่อวัตถุดิบมาถึงเมืองไทย ก่อนจะนำส่งเข้าร้าน ก็จะรีเช็คอีกครั้ง” นายไพศาล กล่าว

ขณะที่ สินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นโดยตรง ส่วนใหญ่เป็นของแห้ง ซึ่งญี่ปุ่นเองนำเข้าจากจีน เกาหลี หรือประเทศอื่นเช่นกัน ดังนั้นโดยภาพรวมสินค้าของโออิชิ ได้นำเข้าทั้งจากเกาหลี ไต้หวัน ยุโรป เป็นต้น

“ในขณะที่ความกังวลเรื่องผลกระทบจากสารกัมมันตรังสีนั้น หากจะมีผล ก็จะเกิดกับพืชผล แต่จะไม่เกิดผลขึ้นทันที แต่อาจจะเกิดขึ้นระยะยาว ถ้าเกิดขึ้นจริงพืชผลก็จะตายก่อน จึงไม่ต้องกังวล ปัจจุบันโออิชิไม่มีภาวะเสี่ยง และมั่นใจในมาตรการการตรวจรับสินค้าจากแหล่งที่รับมา" ผู้บริหารโออิชิ กล่าว

จัดโปรโมชั่นหวั่นยอดตก นอกจากนี้ จากการสำรวจร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดบริการในศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล บางนา พบว่า ลูกค้ารู้สึกกังวลต่อการปนเปื้อนในอาหารจากสารกัมมันตรังสี โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นเป็นพิเศษ พบว่าจำนวนลูกค้ามาใช้บริการลดน้อยลง เป็นเหตุให้ร้านอาหารญี่ปุ่นได้ออกโปรโมชั่นกระตุ้น

พนักงานร้านยาโยอิ กล่าวยอมรับว่า หลังจากมีข่าวการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี ทำให้ยอดขายลดลงประมาณ 10-20% เพราะลูกค้าไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัยในวัตถุดิบที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เกรงว่าจะมีสารปนเปื้อนมาด้วย แต่ทางร้านได้แจ้งแล้วว่า วัตถุดิบส่วนใหญ่จะนำเข้าจากนอร์เวย์และไทยมากกว่า

เช่นเดียวกับร้านโอโตยะ ยอมรับว่า ทางร้านได้รับผลกระทบแง่ยอดขายลดลงในช่วงแรกการเกิดเหตุการณ์ แต่ช่วงนี้ยอดขายเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ขณะที่ร้านซูกิชิ ระบุว่า ช่วงนี้งดการนำวัตถุดิบจากญี่ปุ่นทั้งหมด โดยหันมาใช้วัตถุดิบจากยุโรปแทน

แต่อย่างไรก็ดี ผลกระทบดังกล่าวทำให้ร้านอาหารญี่ปุ่นหลายแห่งต้องปรับกลยุทธ์ ด้วยการออกโปรโมชั่นพิเศษ อย่าง ชาบูชิ เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นเครือโออิชิ ขณะนี้มีโปรโมชั่นลดราคา 15% สำหรับสมาชิก และลด 10% แก่สมาชิกที่ใช้บริการเอไอเอส เพื่อกระตุ้นยอดขายและดึงดูดลูกค้าให้กลับมาบริโภคกันมากขึ้น
 
กลับหน้าหลักข่าวสารค้าปลีกเมืองไทย














เอด้าโพสไลท์ เอด้าโพสเอสเอ็มอี เอด้าโพสไฮเปอร์มาร์ท เอด้าโพสแฟชั่น เอด้าโพสเรสเตอร์รองท์ สมัครสมาชิก อีเมล์ เอด้าซอฟท์   สมัครงาน แผนที่
บริษัท เอด้าซอฟท์ จำกัด 99 ซ.ลาดพร้าว94 ( ปัญจมิตร) ถ.ลาดพร้าว แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร. 02-5301681 (Auto) , แฟกซ์ 02-5301681 ต่อ1109 สายด่วน 086-3360724 , 086-3360725
© สงวนลิขสิทธ์โดย บริษัท เอด้าซอฟท์ จำกัด พุทธศักราช 2544 ออกแบบและจัดทำโดย info@ada-soft.com